[13 มี.ค. 52 - 04:05]
วัน ที่ 12 มี.ค.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเสียงคัดค้านการปฏิรูปการเมืองในตอนนี้ว่า เป็นธรรมดา เพราะเป็นเรื่องยาก แต่คิดว่าเที่ยวนี้เราพยายามอย่างที่สุด ที่จะให้ฝ่ายต่างๆยอมรับกระบวนการ ผู้สื่อข่าวถามว่านายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช และนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย ออกมาคัดค้านตัวคณะกรรมการปฏิรูปการเมือง นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ขณะนี้มีชื่อประธานและเลขานุการ ส่วนในตัวของกรรมการเป็นเรื่องที่พูดคุยกันได้ และความห่วงใยที่เกรงจะไม่ฟังเสียงนักการเมือง ก็เป็นเรื่องที่ตั้งใจจะถ่ายทอดอยู่แล้ว
บ่ายวันเดียวกัน คณะยุวชนประชาธิปไตยรุ่นที่หนึ่ง ประจำปี 2552 จำนวน 160 คน ได้เดินทางไปเยี่ยมชมรัฐสภา พร้อมเข้าเยี่ยมคารวะประธานรัฐสภา ประธานวุฒิสภาและนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ได้กล่าวต้อนรับคณะยุวชนประชาธิปไตยในตอนหนึ่งว่า ในเร็วนี้เชื่อว่าจะมีการปฏิรูปการเมืองใหม่ พร้อมแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้เห็นว่าระบอบประชาธิปไตยจะยั่งยืนได้ไม่ใช่แค่ยึดกฎหมายหรือกฎ ระเบียบ แต่หลักสำคัญอยู่ที่ภาคสามัคคีรักษาระบอบประชาธิปไตยไว้ ทุกคนคือคนรุ่นใหม่ต้องกล้าเปลี่ยน กล้าท้าทาย
เห็นชอบ “ชวรัตน์” หน.ภูมิใจไทย
วันเดียวกัน ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. แถลงผลการประชุม กกต.ว่า ที่ประชุม กกต.มีมติตอบรับการเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย ที่มีการประชุมใหญ่สามัญครั้งที่ 1/2552 เมื่อวันที่ 14 ก.พ. โดยที่ประชุมได้มีการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่แทนชุดเดิม 12 คน โดยมีนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล เป็นหัวหน้าพรรค นางพรทิวา นาคาศัย เป็นเลขาธิการพรรค ส่วนกรณีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา ร้องให้ กกต.ตรวจสอบการสิ้นสมาชิกภาพของนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย ตามมาตรา 106 (6) ประกอบมาตรา 266 ของรัฐธรรมนูญ เพราะแจกเงินงบประมาณของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์พร้อม แนบนามบัตรให้แก่ราษฎรในบ้านที่ จ.นครราชสีมานั้น ที่ประชุม กกต.ได้ตอบรับการขอขยายเวลาการสอบสวนของอนุกรรมการไต่สวนอีก 15 วัน โดยจะครบกำหนดการสอบในวันที่ 28 มี.ค.นี้ เพราะต้องสอบพยานอีก 8 ปาก และต้องขอหลักฐานเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้น่าจะเป็นการขอขยายเวลาครั้งสุดท้ายแล้ว
ศาลฎีกานัดสอบปากคำ “ยงยุทธ”
ที่ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นายศิริชัย จิระบุณศรี ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน พร้อมองค์คณะผู้พิพากษารวม 9 คน นัดฟังคำสั่งคำร้องขอให้ศาลฎีกาฯ วินิจฉัย กรณีนายยงยุทธ ติยะไพรัช ผู้คัดค้าน อดีต รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จต่อ ป.ป.ช. หลังจากพ้นจากตำแหน่ง โดยองค์คณะผู้พิพากษามีมติ 8 ต่อ 1 ให้รับคำร้องไว้พิจารณา ให้ผู้ร้องนำเจ้าหน้าที่ส่งหมายเรียกให้ผู้คัดค้านทราบภายใน 7 วัน หากไม่มีผู้รับให้ปิดหมาย และนัดพิจารณาคดีครั้งแรก เพื่อสอบคำให้การผู้คัดค้าน ในวันที่ 16 เม.ย. 52 เวลา 10.30 น. ขณะเดียวกัน นายเกษม วีรวงศ์ ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน พร้อมองค์คดี 9 คน นัดฟังคำสั่งว่าจะรับฟ้องหรือไม่ ในคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้ร้อง ขอให้ศาลฎีกาฯวินิจฉัยกรณีที่นายสมบัติ อุทัยสาง อดีต รมช.มหาดไทย ไม่แสดงรายการทรัพย์สินของคู่สมรสที่อยู่ในการครอบครองของบุตร และหรือมีชื่อร่วมกับบุตรในบัญชีฯ ซึ่งมีหน้าที่ต้องแสดงต่อ ป.ป.ช. โดยองค์คณะมีมติ 9 ต่อ 0 ให้รับคำร้องไว้พิจารณา ให้ผู้ร้องนำเจ้าหน้าที่ส่งหมายเรียกให้ ผู้คัดค้านทราบภายใน 7 วัน หากไม่มีผู้รับให้ปิดหมาย และนัดพิจารณาคดีครั้งแรก เพื่อสอบคำให้การผู้คัดค้าน ในวันที่ 16 เม.ย.52 เวลา 10.30 น.
“สุวโรช” แฉตัวการกินนมโรงเรียน
สำหรับความคืบหน้าการทุจริตนมโรงเรียน สาเหตุทำให้นมเน่า นมบูด และน้ำนมไม่ได้คุณภาพนั้น วันเดียวกัน ที่รัฐสภา นายสุวโรช พะลัง ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาฯ กล่าวว่า ได้ยื่นผลสรุปและหลักฐานให้นายกฯหาผู้กระทำผิด โดยล่าสุดได้พบนักการเมืองท้องถิ่น ใน จ.นครปฐม และ จ.กาญจนบุรี ชื่อว่า “นายสุรพงษ์” เป็นเอเย่นต์คนสำคัญ ที่อาจจะสาวถึงตัวรัฐมนตรีได้ด้วย โดยสัปดาห์หน้าจะเชิญ “นายสุรพงษ์” มาชี้แจง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมาธิการฯชุดดังกล่าวได้ยื่นผลตรวจสอบการฮั้วนมโซน 2 ให้นายกฯแล้ว โดยเสนอให้นายกฯตรวจสอบคณะอนุกรรมการรับรองสิทธิจำหน่ายนมโรงเรียน เพราะคณะกรรมการชุดนี้มีอำนาจจัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิจำหน่ายนมโรงเรียน ตามที่คณะอนุกรรมการบริหารโครงการนมโรงเรียน ซึ่งมีกรรมการ 14 คน เช่น ตัวแทนจากกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กรมปศุสัตว์ สำนักงานอาหารและยา โดยมีประธานองค์กรส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อสค.) เป็นประธาน ถ้ารัฐบาลตรวจสอบเส้นทางการเข้ามาเป็นกรรมการบางคน จะสามารถสาวถึงนักการเมืองใหญ่ ที่อยู่เบื้องหลังการ ฮั้วนมโรงเรียนได้ นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการฯจะตรวจสอบการฮั้วนมในโซนที่ 1 และโซนที่ 3 ที่มี “นายสุรพงษ์” เป็นผู้แทนจำหน่ายนมรายเดียวใน 2 โซน
“อภิสิทธิ์” พร้อมแจงสิทธิมนุษยชน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเดินทางเยือนประเทศอังกฤษว่า หากมีการสอบถาม เรื่องสิทธิมนุษยชนก็พร้อมชี้แจง เพราะหากเขาได้รับข่าวสาร เฉพาะสื่อบางส่วน โดยเฉพาะสื่อต่างประเทศที่รายงานอาจจะด้านเดียว ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ชี้แจง แต่เรื่องหลักที่จะพูดคงจะเป็นเรื่องเตรียมความพร้อมประชุมกลุ่มประเทศจี 20 ที่จะฟังเสียงจากเราและเรื่องความสัมพันธ์ทวิภาคี การค้าการลงทุน เพราะตนจะพบนักลงทุน และเปิดงานท่องเที่ยวด้วย เวลานี้ด้านบวกของอาเซียนคือพื้นฐานด้านการเงินเรายังแข็งแกร่ง และการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ผ่านมาในไทย เป็นการส่งสัญญาณ ที่ดี ทางออสเตรเลียและนิวซีแลนด์จะอ้างอิงการลงนาม เขตการค้าระหว่างอาเซียนและออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ว่าเป็นตัวอย่างของการแสดงออกถึงความตั้งใจที่จะเดินหน้าเรื่องการขยายการ ค้าแม้ว่าจะเกิดภาวะวิกฤติ ส่วนกรณีที่สื่อต่างประเทศมองว่า การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนแค่มาถ่ายรูปจับมือนั้น เราคงไม่ตอบโต้ แต่จริงๆแล้วความร่วมมือของอาเซียนที่ผ่านมามีความชัดเจน และปัญหาขณะนี้ต้องมองมาที่เอเชียด้วยซ้ำในแง่การฟื้นเศรษฐกิจโลก
เตรียมโชว์สุนทรพจน์ประชาธิปไตย
นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปเยือนสหราชอาณาจักรอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 13-15 มี.ค.ว่า ในการเดินทางครั้งนี้นายกฯจะไปกล่าวสุนทรพจน์ เรื่อง “การพัฒนาประชาธิปไตย” ที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ในวันที่ 14 มี.ค. ซึ่งเนื้อหาที่นายกฯจะไปพูดคือการบริหารความท้าทายของประชาธิปไตยไทย โดยนายกฯจะเล่าภูมิหลังการมาศึกษาที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ จนเกิดแรงบันดาลใจให้ศึกษาด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และจะเล่าให้ฟังว่า คนไทยเป็นผู้ยึดมั่นและรักประชาธิปไตย ยอมเสี่ยงอันตรายไปชุมนุมตามท้องถนน เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย แม้จะต้องบาดเจ็บหรือเสียชีวิตก็ตาม นอกจากนี้จะเล่าถึงการพัฒนาประชาธิปไตยของไทย ตั้งแต่เหตุการณ์ 14 ต.ค. 2516 เหตุการณ์ 6 ต.ค. 2519 เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ตลอดจนเหตุการณ์วันที่ 19 ก.ย. 2549 ว่า มีสาเหตุจากอะไร รวมถึงจะกล่าวถึงแนวทางการปฏิรูปการเมืองในปัจจุบัน โดยนายกฯได้ส่งอีเมล์เชิญกลุ่มคนไทยในอังกฤษ ที่มีแนวคิดไม่เห็นด้วยกับนายกฯ มาร่วมรับฟังสุนทรพจน์ด้วย เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นและปรับความเข้าใจกัน
ปชป.สวน พท.มั่วข้อมูลออกซ์ฟอร์ด
นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงตอบโต้ถึงกรณีที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ออกมาให้ข้อมูลโดยระบุว่ามหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ไม่ยินดีที่จะให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีของไทย ไปกล่าวปาฐกถาในหัวข้อประชาธิปไตยในประเทศไทย ในโอกาสที่จะไปเยือนประเทศอังกฤษ โดยให้เหตุผลว่านายอภิสิทธิ์ได้รับตำแหน่งนายกฯ โดยมีที่มาไม่ชอบธรรมว่า เป็นการให้ข่าวข้อมูลที่บิดเบือนจากข้อเท็จจริง เป็นเพียงความคิดเห็นของนายลี โจนส์ ที่เป็นนักเคลื่อนไหวในพม่าและไทย มีความสนิทสนมกับนายใจ อึ๊งภากรณ์ ที่กำลังหลบหนีคดีหมิ่นสถาบันฯ อย่างไรก็ตามการคัดค้านไม่ให้นายอภิสิทธิ์ปาฐกถาครั้งนี้ก็ไม่เป็นผล เพราะทางมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดได้ตอบรับมาเรียบร้อยแล้ว โดยยังยืนยันที่จะให้นายกฯแสดงการปาฐกถาในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสที่ดีถ้าหากนายใจจะมาร่วมรับฟัง เพราะทางเราจะได้ชี้แจงข้อเท็จจริงและทำความเข้าใจด้วย การออกมาให้ข้อมูลของพรรคเพื่อไทย ถือว่าเป็นการดิสเครดิตของนายอภิสิทธิ์และสร้างความไม่น่าเชื่อถือ มีการทำกันเป็นขบวนการที่ต่อเนื่องโดยอาศัยสร้างความแตกแยกระหว่างประเทศไทย กับต่างชาติ เป็นแผนโลกล้อมประเทศไทย เหมือนที่เคยทำมาแล้วในการสร้างความแตกแยกใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และขยายจนกลายมาเป็นความแตกแยกระดับชาติในปัจจุบัน
“นายกฯ อภิสิทธิ์” บินไปเยือนอังกฤษ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 00.20 น. วันที่ 13 มี.ค. ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะได้เดินทางโดยเครื่องบินของบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) เที่ยวบินที่ ทีจี 910 ปฏิบัติภารกิจเยือนสหราช�อาณาจักร ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีและคณะจะเดินทางถึงสนามบินฮีทโทรว์ กรุงลอนดอน ในเวลา 06.20 น. วันที่ 13 มี.ค. (ตามเวลาท้องถิ่น) จากนั้นเดินทางต่อไปยังโรงแรม Grosvenor House ซึ่งรัฐบาลสหราชอาณาจักร จัดให้เป็นโรงแรมที่พัก โดยภารกิจแรกของนายกรัฐมนตรีจะเริ่มขึ้นในเวลา 10.00 น. เป็นการหารือทวิภาคีกับนายกอร์ดอน บราวน์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ที่ทำเนียบนายกรัฐมนตรี.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น