[13 มี.ค. 52 - 04:03] from thairat.co.th
วัน ที่ 12 มี.ค.สำนักข่าวต่างประเทศ อาทิ เอพี เอเอฟพี และรอยเตอร์ ได้รายงานข่าวการกล่าวปาฐกถาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ผ่านระบบวีดิโอลิงค์ จากนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) มายังสโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศในฮ่องกง ในหัวข้อเรื่อง “วิกฤติเศรษฐกิจโลก : ทำไมจึงไม่ใช่เป็นเพียงแค่วิกฤติการเงิน แต่เป็นวิกฤติทางปัญญา” โดย พ.ต.ท.ทักษิณระบุว่า ไม่รู้จะ ขอบคุณหรือประณาม คมช. ที่ทำการยึดอำนาจเมื่อ 2549 สำหรับการสั่งอายัดทรัพย์สินส่วนตัว หากมิฉะนั้นแล้วอาจจะสูญเสียเงินไปเป็นจำนวนมหาศาล จากการนำเงินไปลงทุนในตลาดหุ้นก็เป็นได้ หากเมื่อคิดในแง่ดีว่าพวกเขาเก็บเงินไว้ให้ก็จะหายทุกข์ใจและหวังว่าพวกเขา จะคืนเงินให้ นอกจากนี้ ยังสนใจที่จะลงทุนในธุรกิจด้านโทรคมนาคมอีกครั้ง เพราะเป็นเรื่องที่ถนัด แม้คิดจะทำการลงทุน แต่มีเงินในต่างแดนไม่มาก ขณะนี้ทรัพย์สินส่วนตัวที่มีอยู่นอกประเทศไทย เริ่มเหลือน้อยเต็มที มีพอใช้จ่ายเป็นค่าเดินทางและใช้ชีวิตประจำวันเพียงแค่นั้น
ไทยมีประชาธิปไตยเสื้อแดงยุติ
พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า อยากให้ประเทศไทยกลับมาเป็นดังเดิม ไม่แตกแยกกันเช่นนี้ วิธีที่จะสามารถแก้ไขได้ ต้องให้ทั้งสองฝ่ายสงบศึกและหาข้อตกลงร่วมกัน ถ้าคุณต้องการจับมือ อีกฝ่ายก็ต้องยื่นมือมาจับด้วย มิใช่แค่ยื่นอยู่ฝ่ายเดียว แต่ทั้งนี้ยังระบุว่าการหาข้อยุติจะไม่สามารถเกิดได้ หากประเทศไม่นำประชาธิปไตยที่ แท้จริงมาใช้ อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวแล้วไม่เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้จะสามารถยุติวังวนของการประท้วงไปมา ที่ไม่มีวันจบสิ้นได้ ส่วนประเด็นเรื่องกลุ่ม นปช.หรือกลุ่มคนเสื้อแดง หากรัฐบาลจัดให้มีการเลือกตั้งที่ถูกต้อง ตามหลักประชาธิปไตยและหลักกฎหมายที่แท้จริง กลุ่มเสื้อแดงจะหยุดการประท้วงเอง
พ.ต.ท.ทักษิณยังกล่าวว่า การยกร่างนโยบายรัฐบาลใหม่ของไทยที่จะทำให้ประเทศไทยดีขึ้น และน่าอยู่ สำหรับทุกคน หลายนโยบายที่ตนได้พัฒนาไว้ รัฐบาลต่อมาของไทยเห็นด้วย และนำมาใช้บริหารประเทศต่อเนื่อง แม้บางครั้งจะถูกเปลี่ยนชื่อเป็นอย่างอื่น แต่สาระ สำคัญของนโยบายยังเหมือนเดิม
สำนักข่าวเอพีระบุว่า การปาฐกถาของ พ.ต.ท. ทักษิณในครั้งนี้ เป็นการปรากฏตัวต่อสาธารณชนของอดีตนายกฯที่เกิดขึ้นไม่บ่อยครั้งนัก หลังจากถูกโค่นล้มอำนาจและถูกศาลตัดสินจำคุก 2 ปี ในข้อหาล่วงละเมิดกฎหมายว่าด้วยผลประโยชน์ทับซ้อน
ถวายฎีกาพระราชทานอภัยโทษ
ขณะเดียวกัน สำนักข่าวเอเอฟพียังได้รายงาน โดยอ้างบทสัมภาษณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณในเจแปน ไทม์สหนังสือพิมพ์รายวันภาษาอังกฤษของญี่ปุ่น ฉบับวันที่ 12 มี.ค. ที่ระบุว่า เขาได้เขียนคำร้องถวายฎีกา ขอพระราชทานอภัยโทษไปแล้ว 3 ฉบับ เพราะเชื่อมั่นในพระเมตตา และพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หากได้รับพระราชทานอภัยโทษจริง กลุ่มผู้สนับสนุนคงดีใจ และทำให้เราไม่ต้องต่อสู้เพื่อพิสูจน์อะไรกันอีก ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์
นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณยังปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่า เขาต้องการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของไทย และอยากเป็นประธานาธิบดี ยืนยันเรื่องที่ถูกกล่าวหาข้างต้นไม่เป็นความจริง ตนเองไม่มีความทะเยอทะยานขนาดนั้น และเสริมว่าจะกลับไปเล่นการเมืองอีก เนื่องจากมีพันธะผูกพันต่อกลุ่มผู้สนับสนุนที่ยังให้การสนับสนุนเขามาตลอด พร้อมยังมั่นใจ หากมีการเลือกตั้งในวันนี้ รับรองว่าต้องได้รับชัยชนะแน่
“ทักษิณ” โฟนอินงานชุมนุมเสื้อแดง
วันเดียวกัน ที่สถานีโทรทัศน์ดีสเตชั่น (ดีทีวี) ชั้น 5 ศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ภาคประชาชน นำโดย นพ.เหวง โตจิราการ ได้ประชุมกำหนดแนวทางการเคลื่อนไหว และยุทธศาสตร์ขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ภายหลังการประชุม นพ.เหวงกล่าวว่า ที่ประชุมยืนยันในหลักการที่จะเคลื่อนไหวมวลชนทั่วประเทศ เพื่อกดดันให้รัฐบาลลาออกและยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน โดยเฉพาะการชุมนุมใหญ่แดงทั่วแผ่นดิน ที่สนามกีฬากลาง จ.พระนครศรีอยุธยา ในวันเสาร์ที่ 14 มี.ค. และที่สนามกีฬาทุ่งนาเชย อ.เมืองจันทบุรี ในวันอาทิตย์ที่ 15 มี.ค.นี้ โดยทั้งสองเวที พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะโฟนอินเข้ามาทักทายกับคนเสื้อแดง นอกจากนี้ ในหลายพื้นที่จะมีการจัดเวทีปราศรัย เพื่อชุมนุมขับไล่รัฐบาลในปลายเดือน มี.ค.นี้
นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย แกนนำ นปช. กล่าวว่า การชุมนุมใหญ่แดงทั่วแผ่นดินปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล เพื่อขับไล่รัฐบาลอภิสิทธิ์นั้น ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปอย่างชัดเจนว่าจะเป็นวันที่เท่าไหร่ เนื่องจากต้องรอให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจจบสิ้นก่อน จึงจะมีการกำหนดท่าทีในการเคลื่อนไหวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
“กษิต” เย้ย “ทักษิณ” แค่นักโทษ
วันเดียวกัน ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ปาฐกถาผ่านระบบวีดิโอลิงค์ ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศในฮ่องกงว่า พ.ต.ท.ทักษิณเป็นผู้ที่หนีศาล และพรรคไทยรักไทยก็ถูกยุบไป 5 ปีแล้ว พ.ต.ท. ทักษิณต้องถามตัวเองว่า สิ่งที่ได้ทำเป็นการบ่อนทำลายประเทศไทยอยู่หรือไม่ แล้วก็มัวแต่พูดอย่างโน้นอย่างนี้แต่ตัวเองกลับเป็นนักโทษหนีคุกนั้นจะทำ อย่างไร จากคนที่เคยเป็นผู้นำประเทศ เคยเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นนักเรียนทุน เป็นนายตำรวจ แล้วทำอะไรที่ละเมิดกฎหมาย แต่สิ่งที่ดีที่ควรกลับไม่ค่อยจะทำ นี่เป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณจะต้องตอบตัวเอง มากกว่าที่จะมาถามพวกเรา ถ้าตนเป็น พ.ต.ท.ทักษิณก็จะไม่ทำ จะไม่มาด่าทอ บ่อนทำลายประเทศไทยเป็นคนขี้แพ้ชวนตี เป็นเด็กขี้แย เอาแต่ร้องไห้อย่างเดียว ไม่ทำตัวให้เป็นผู้ใหญ่.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น