วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2552

ระดมกำลังสกัดเสื้อแดงไล่ “บุญจง”

[14 มี.ค. 52 - 02:49]

วัน ที่ 13 มี.ค.ที่อาคารสำนักงานเทศบาลนครนครสวรรค์ นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสันนิบาตเทศบาลภาคเหนือ โดยมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ใน จ.นครสวรรค์ และคณะเทศมนตรีกับปลัดเทศบาล 17 จังหวัดภาคเหนือเข้าร่วมประชุม ทั้งนี้ นายบุญจงได้เน้นย้ำเรื่องการเร่งเบิกจ่ายเงินงบประมาณเพื่อไปดำเนินการตาม โครงการให้แล้วเสร็จ รวมทั้งมีการมอบนโยบายเพื่อให้คณะเทศมนตรีและปลัดจากทุกเทศบาลไปช่วยดำเนิน การในการเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของชาติ ระหว่างประชุมมีเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายร้อยนาย ทั้งชุดควบคุมฝูงชน ชุดปฏิบัติการพิเศษและสายสืบนอกเครื่องแบบคุมเข้มรอบเทศบาลฯเพื่อป้องกัน กลุ่มม็อบเสื้อแดงมาประท้วง แต่สุดท้ายไม่มีม็อบเสื้อแดงแม้แต่รายเดียว



จ้องตะเพิด “หรั่ง ร็อคเครสต้า”

ด้าน จ.เชียงใหม่ นายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล ประธานกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 เปิดเผยถึงกรณีถึงกรณีที่นักร้องชื่อดัง “หรั่ง ร็อคเครสต้า” เจ้าของเพลงคิดถึงและรักเธอประเทศไทย ที่เคยปรากฏตัวบนเวทีกลุ่มพันธมิตรฯจะมาเปิดมินิคอนเสิร์ตที่ผับเพื่อชีวิต ตะวันแดง กลางเมืองเชียงใหม่ในวันที่ 18-19 มี.ค.นี้ ว่า หากมาจริงต้องเจอประท้วงขับไล่อย่างแน่นอน ขอเตือนว่าอย่าเข้ามาอย่างเด็ดขาด เพราะเป้าหมายกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ระบุไว้ชัดเจนแล้วต้องขับไล่เฉพาะกลุ่มพันธมิตรฯกับคนของพรรคประชาธิปัตย์ เท่านั้น นอกเหนือจากนั้นจะไม่สนใจไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีของพรรคไหน ขอฝากไปยังตำรวจและทหารด้วยว่าหากเป็นรัฐมนตรีจากพรรคอื่นไม่ใช่พรรคประชาธิ ปัตย์ ไม่ต้องระดมคนมาอารักขาเพราะคนเสื้อแดงจะไม่ออกไปต่อต้านแม้แต่คนเดียว แต่หากเป็นคนของพรรคประชาธิปัตย์หรือพันธมิตรฯต้องถูกขับไล่ และขอเตือนห้ามเข้ามาอย่างเด็ดขาด

ส่วน จ.กำแพงเพชร นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง เดินทางไปตรวจเยี่ยมที่โรงงานน้ำตาลนครเพชร ต.เทพนคร อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ระหว่างทางได้แวะกินข้าวที่ร้านอาหารในตัวเมืองกำแพงเพชร ปรากฏว่ามีกลุ่มคนเสื้อแดงกำแพงเพชร 51 กว่า 30 คน ได้เขย่าตีนตบและตะโกนขับไล่ โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 100 นาย คอยรักษาความปลอดภัย หลังกินข้าวเสร็จ นายประดิษฐ์และคณะรีบเดินทางออกจากร้านอาหารทันทีทางประตูด้านหลังร้าน

เมืองมะขามหวานเตรียมรับ “กษิต”

ขณะที่ จ.เพชรบูรณ์ นายวิลาศ รุจิวัฒนพงศ์ ผวจ.เพชรบูรณ์ กล่าวว่า ในวันที่ 16 มี.ค. นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ จะเดินทางมาพบปะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและประชาชนในพื้นที่ ในส่วนของจังหวัดได้วางแผนการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยอย่างเข้มงวด โดยได้กำชับให้ พล.ต.ต. โชต วีระเดชกำแหง ผบก.ภ.จ.เพชรบูรณ์ ติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงและเสื้อเหลืองอย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หล่มสัก สภ.หล่มเก่า และ สภ.เขาค้อ ร่วมกับฝ่ายทหารมารักษาความสงบเรียบร้อยเพื่อไม่ให้เกิดเหตุวุ่นวาย

ชุมนุมต้าน “วิทยา” ที่สนามบิน

ที่สนามบินนานาชาติจังหวัดอุบลราชธานี ได้มีกลุ่มเสื้อแดงร่วม 200 คน นำโดยนายพิเชษฐ ทาบุดดา หรือดีเจต้อย เจ้าของรายการวิทยุ ชักธงรบ ชุมนุมเตรียมขับไล่ นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุขที่จะเดินทางมาลงสนามบิน โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองร่วม 200 นาย รักษาความปลอดภัยบริเวณสนามบิน ขณะเดียวกันมีกลุ่ม อสม.ร่วม 500 คน รวมตัวเตรียมรอต้อนรับ รมว.สาธารณสุข บริเวณประตูด้านขาออก ส่วนกลุ่มเสื้อแดงถูกกันไว้อีกฟากหน้าสนามบิน โดยชูป้ายเขียนขับไล่ว่า กบฏออกไป คนอุบลฯ ไม่ต้อนรับรัฐมนตรีโจร และมีการใช้เครื่องขยายเสียงกล่าวปราศรัยเรียกร้องให้ชาวจังหวัดอุบลราชธานี ได้ร่วมกันออกมาขับไล่ กระทั่งนายวิทยาลงจากเครื่องรีบไปขึ้นรถตู้เดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่ จ.ยโสธร โดยไม่ถูกกลุ่มเสื้อแดงขัดขวางแต่อย่างใด

เจ้าหน้าที่สกัดเข้มเลยปลอดภัย

ต่อมา นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุขเดินทางโดยรถยนต์ไปที่หอประชุมสวนสาธารณะพญาแถน อ.เมืองยโสธร โดยมีนายวิฑูรย์ นามบุตร อดีต รมว.การพัฒนาสังคมฯ ร่วมเดินทางไปด้วย เพื่อพบปะกับ อสม. โดยมีกลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 150 คน มีนายนภดล คัมภ์ทวี หรือ ส.จ.ตึ๋ง อดีต ส.อบจ.ยโสธร เขต อ.เมืองยโสธร เป็นแกนนำชูป้ายขับไล่และกล่าวโจมตีรัฐบาล รวมทั้งประณาม ส.ส.ยโสธร ที่ขายตัวไปเข้ากับรัฐบาลอย่างรุนแรง ซึ่งผู้ชุมนุมพยายามที่จะฝ่าแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ เพื่อขวางรถของคณะ รมว.สาธารณสุข แต่ถูกตำรวจสกัดไว้เลยไม่เกิดเหตุรุนแรง จนคณะของนายวิทยาเดินทางไปต่อที่ จ.อุบลราชธานี จากนั้นนายวิทยาได้ไปพบ อสม.ที่หอประชุม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ท่ามกลางกลุ่มเสื้อแดงราว 300 คนชุมนุมตะโกนขับไล่แต่ไม่มีเหตุการณ์รุนแรง

ใช้ จนท.กว่าพันนายรับกลุ่ม นปช.

สำหรับ จ.พระนครศรีอยุธยา สถานที่กลุ่ม นปช.จะจัดกิจกรรมสัญจรของกลุ่มคนเสื้อแดงที่สนามกีฬาจังหวัด ในวันที่ 14 มี.ค.นี้ ทางจังหวัดได้สั่งเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ โดยนายธีรวุฒิ ศิริวรรณ ปลัดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้เรียกประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคง ทั้งตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครอง เพื่อประเมินการชุมนุมของกลุ่ม นปช. เบื้องต้นทราบว่าจะมีกลุ่มคนเสื้อแดงจากจังหวัดใกล้เคียง อาทิ ปทุมธานี อ่างทอง สิงห์บุรี สุพรรณบุรี ชัยนาท ปราจีนบุรีและฉะเชิงเทรา มากว่า 10,000 คน พร้อมกันนี้ยังได้ประสานไปยังจังหวัดข้างเคียง รวมถึงทุกอำเภอในพื้นที่ให้ตรวจสอบการเคลื่อนไหวของมวลชนที่จะเข้าร่วมการ ชุมนุม ส่วนกำลังที่ดูแลความสงบได้ระดมกำลังตำรวจ อส.และ อปพร.กว่า 1,000 นาย ซึ่งนายธีรวุฒิกล่าวว่า จังหวัดจะไม่ก้าวก่ายการจัดงานของกลุ่มคนเสื้อแดง แต่จะจัดกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยเท่านั้น แต่ถ้าหากพาดพิงกลุ่มบุคคลอื่นหรือสถาบันเบื้องสูง จะแจ้งความดำเนินคดีทันที

พ่อค้าแม่ค้าคึกตั้งแผงขายของ

จากการตรวจสอบของผู้สื่อข่าวพบว่า ตลอดริมถนนเข้าสู่สนามกีฬากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีกลุ่มพ่อค้า แม่ค้า มาตั้งแผงจำหน่ายสินค้าที่ระลึกของกลุ่มคนเสื้อแดง อาทิ ป้ายห้อยคอที่มีรูป พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เสื้อสีแดง หมวก ผ้าพันคอ ผ้าโพกศีรษะ และสิ่งของอื่นๆอีกเป็นจำนวนมาก ขณะที่ พล.ต.ต.ชินทัต มีศุข ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่าจะใช้แผนกรกฎ 48 เข้าดูแลกลุ่มผู้ชุมนุม ส่วนการรักษาความสงบภายในการจัดงานจะประสานไปยังแกนนำคนเสื้อแดง ให้ใช้การ์ดของคนเสื้อแดงดูแลกันเองโดยจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลด้านนอก เพื่อป้องกันมือที่ 3 เข้ามาก่อกวน

อัยการเตรียมเจรจาล่าทักษิณ

วันเดียวกันที่สำนักงานอัยการสูงสุด นายศิริศักดิ์ ติยะพรรณ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีต่างประเทศ กล่าวถึงการติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ต้องคำพิพากษาจำคุก 2 ปี ในคดีที่ดินรัชดาฯว่า ได้รับมอบหมายจากนายชัยเกษม นิติสิริ อัยการสูงสุด (อสส.) ให้เป็นหัวหน้าคณะทำงานอัยการนำทีมงาน 3 คน ประกอบด้วย พนักงานอัยการฝ่ายคดีต่างประเทศ 2 คน และเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 1 คน เดินทางร่วมเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศไปยังเกาะฮ่องกงเพื่อเปิดการ เจรจาอย่างเป็นทางการในการร่างสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างไทยกับ ฮ่องกง ในวันที่ 17 มี.ค.นี้ โดยกำหนดใช้เวลาเจรจากันประมาณ 2-3 วัน เชื่อว่าทางการฮ่องกงจะเน้นหลักการเรื่องการร่างสนธิสัญญาฯระหว่างกัน มากกว่าการใช้วิธีต่างตอบแทนระหว่างรัฐ ส่วนจะต้องเจรจากันอีกกี่รอบ ขึ้นอยู่กับข้อตกลงของทั้งสองฝ่ายว่าจะยอมรับในเงื่อนไขกันได้มากน้อยแค่ไหน โดยหากได้ข้อสรุปในเบื้องต้นอย่างไรจะนำกลับมารายงานต่อ นายชัยเกษม นิติสิริ อัยการสูงสูด เพื่อเสนอต่อรัฐบาล และรัฐสภาต่อไป ผู้สื่อข่าวถามว่ามั่นใจว่าการเดินทางไปครั้งนี้จะติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณกลับมาได้หรือไม่ นายศิริศักดิ์ตอบว่าขึ้นอยู่กับการเจรจาของทั้งสองฝ่าย หากการร่างสนธิสัญญาผู้ร้ายข้ามแดนไทยฮ่องกงไม่สำเร็จ ก็นำตัว พ.ต.ท.ทักษิณกลับมารับโทษไม่ได้ เนื่องจากทางการฮ่องกงให้ความสำคัญกับเรื่องสนธิสัญญาฯ มากกว่าการใช้หลักต่างตอบแทนระหว่างรัฐ อย่างไรก็ดีเชื่อว่าการเจรจาน่าจะผ่านไปได้ด้วยดีและมีผลสำเร็จ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น