[14 มี.ค. 52 - 04:17]
นาย ชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยหลังนำคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรมและการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศ ไทย (กนอ.) ลงพื้นที่รับฟังข้อคิดเห็นของฝ่ายสนับสนุนและต่อต้านการประกาศให้บริเวณ พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง เป็นเขตควบคุมมลพิษ ว่า ประเด็นหลักที่ยังคงแตกต่างกันคือฝ่ายหนึ่งไม่ ต้องการให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครอง จ.ระยอง ขณะอีกฝ่ายสนับสนุนให้อุทธรณ์เพราะคดียังไม่ถึงที่สุด ดังนั้นตนจะนำความเห็นของทุกฝ่ายรายงานต่อที่ประชุมบอร์ดสิ่งแวดล้อมในวัน ที่ 16 มี.ค. นี้เพื่อประกอบการตัดสินใจ
“การรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้มีข้อเรียกร้องของชุมชนในพื้นที่มาบตาพุด ที่เป็นแกนนำยื่นฟ้องต่อศาลปกครองให้มาบตาพุดเป็นเขตควบคุมมลพิษที่ประกอบ ด้วยให้มีการดูแลปัญหาการทิ้งกากอุตสาหกรรม การสร้างห้องทดสอบระดับสารมลพิษต่างๆ การสร้างศูนย์สุขภาพเพื่อสุขอนามัยชุมชน รวมไปถึงการให้ความรู้แก่ประชาชนในการป้องกันมลพิษที่จะเกิดขึ้น ซึ่งประเด็นดังกล่าวได้มอบให้ ส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งกรมโรงงานอุตสาหกรรม, กนอ. รับไปดำเนินการ ส่วนการสร้างศูนย์สุขภาพจะประสานไปยังกระทรวงสาธารณสุขเข้ามาสนับสนุนต่อไป”
นายอิทธิพล แจ่มแจ้ง ประธานกรรมการองค์กรพัฒนาเอกชนเพื่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมกล่าวว่า ได้สนับสนุนให้มีการยื่นอุทธรณ์เพื่อให้ แผนการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันที่มีการลงทุนไปแล้ว เกือบหมื่นล้านบาท (ปี 2550-54) ดำเนินต่อไป แต่หากจะมีการเพิ่มเติมหรือปรับปรุงก็ควรจะดึงทุกส่วนเข้ามาร่วมแบบมืออาชีพ เพราะการประกาศเป็นเขตควบคุมมลพิษก็ต้องมองผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในทุกมิติ ทั้งนี้อำนาจการพิจารณาจะให้กิจการใดลงทุนในมาบตาพุดก็จะอยู่ในมือผู้มี อำนาจในท้องถิ่นแทนที่จะเป็นหน่วยงานระดับชาติเหมือนปัจจุบัน ซึ่งไม่แน่ ใจว่าเทศบาลมาบตาพุดจะจัดทำแผนชุมชนเพื่อป้องกันมลพิษได้อย่างมืออาชีพ “ในวันที่ 16 มี.ค.กลุ่มจะนำชุมชนที่จะสนับสนุนไม่ให้มีการประกาศให้ มาบตาพุดเป็นเขตควบคุมมลพิษไปสังเกตการณ์ในการประชุมบอร์ดสิ่งแวดล้อมเพื่อ สนับสนุนให้มีการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครอง หากไม่มีการยื่นอุทธรณ์กลุ่มก็จะกลับมาหารืออีกครั้งว่าจะดำเนินการต่อไป อย่างไร”
นายสุทธา เหมสถล นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อม อ.บ้านฉาง-มาบตาพุด จ.ระยอง กล่าวว่า ที่ผ่านมาสมาคมฯได้ร่วมหารือกับภาครัฐเพื่อจัดทำแผนพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเล ภาคใต้หรือเซาเทิร์นซีบอร์ดและได้ยกให้นิคมอุตสาห-กรรมมาบตาพุดเป็นรูปแบบ ของการจัดการด้านมลพิษ เพื่อใช้เป็นแผนยุทธศาสตร์เดียวกับที่จะมีการใช้สำหรับเซาเทิร์นซีบอร์ด หากมีการประกาศให้มาบตาพุดเป็นเขตควบคุมมลพิษก็เท่ากับว่าแผนที่ผ่านมาไม่ ได้ช่วยทำให้เหตุการณ์ที่ผ่านๆมาสำหรับการลงทุนดีขึ้นแต่อย่างใด
นายรัชยุทธ วงศ์ภุชชงค์ ประธานชุมชนซอยร่วมพัฒนา กล่าวว่า วันที่ 16 มี.ค. จะนำผู้สนับสนุนไม่ให้มีการยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลมาฟังผลการประชุมคณะกรรมการ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ หากมีการยื่นอุทธรณ์ก็จะยื่นคำร้องต่อศาลปกครองขอให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่ว คราว เพื่อให้การประกาศเขตควบคุมมลพิษสามารถดำเนินการได้ใน 60 วัน ตามที่ศาลปกครองระยองพิพากษา ขณะเดียวกัน จะเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลให้เห็นความสำคัญของชีวิตประชาชนในพื้นที่
นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นกิจการในเครือบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กรณีมาบตาพุด โรงงานของไออาร์พีซีอยู่นอกเขตมาบตาพุดจึงไม่ได้รับผลกระทบแต่เรื่องนี้หาก มองในแง่จิตวิทยาส่งผลกระทบมากเพราะเท่ากับไทยส่งสัญญาณให้กับนักลงทุนต่าง ชาติว่าอุตสาหกรรมปิโตรเคมีของไทยมีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งๆที่มาบตาพุดไม่ได้มีข้อบ่งชี้ว่าสิ่งแวดล้อมอยู่ในขั้นวิกฤติ
นายวีรศักดิ์ โฆสิตไพศาล กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ปตท.เคมิคอล จำกัด กล่าวว่า การยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองหรือไม่อยู่ที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ แต่หากภาครัฐต้องการให้บริษัทจัดหาข้อเท็จจริงข้อมูลวิชาการก็พร้อมที่จะให้ “คำสั่งศาลที่ออกมามองในแง่ดีก็ถือว่าทำให้ชุมชนมีความใกล้ชิดกับภาค อุตสาหกรรมมากขึ้น แต่กฎระเบียบจะต้องมีความชัดเจน มีเหตุและผล เพราะในการพิจารณาการลงทุนในอนาคตก็ต้องนำปัจจัยดังกล่าวไปประกอบการลงทุน ทั้งนี้ กลุ่ม ปตท.ในเครือ ปตท.ก็มีการลงทุนในต่างประเทศคงไม่ได้มองแค่ เมืองไทยแล้ว ถ้าหากลงไม่ได้ก็ต้องหันไปต่างประเทศแทนก็เท่ากับสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ ประเทศอื่นๆแทนที่ไทยจะได้ในส่วนนี้”.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น