[14 มี.ค. 52 - 02:45]
เมื่อวันที่ 13 มี.ค. เวลา 11.30 น. ที่รัฐสภา นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ฝ่ายค้านยื่น 2 ญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลว่า ขณะนี้มีข้อสังเกตอยู่ 2 ประเด็น โดยฝ่ายค้านได้ยื่นญัตติมาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 158 ที่เป็นการขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกฯ และยื่นตามมาตรา 159 ที่เป็นการขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตรงนี้นักกฎหมายตั้งข้อสังเกตว่า ส.ส.แต่ละคนจะร่วมลงชื่อเสนอ 2 ญัตติได้หรือไม่ เพราะรัฐธรรมนูญเขียนก้ำกึ่ง หากมีปัญหาต้องเสนอให้ตีความข้อกฎหมาย ความจริงแล้วฝ่ายค้านไม่จำเป็นต้องเสนอมา 2 ญัตติ เพราะเมื่อนายกฯถูกถอดถอน ครม.ก็จะหลุดไปทั้งคณะ ทั้งนี้ สภาผู้แทนราษฎรมีเวลาพิจารณาภายใน 7 วัน และจะแจ้งให้ฝ่ายค้านทราบภายในวันที่ 19 มี.ค.นี้ หากพบว่าไม่ถูกต้องจะส่งให้ฝ่ายค้านแก้ไขและเสนอกลับมาใหม่ หากเรียบร้อยก็จะแจ้งให้รัฐบาลทราบเพื่อเตรียมตัวภายใน 15 วัน
“สามารถ” ติง “ชัย” ด่วนสรุป
ขณะที่นายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 กล่าวถึงกรณีที่นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ระบุญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจอาจมีปัญหาว่า เร็วเกินไปที่จะบอกว่ามีปัญหา เพราะต้องผ่านขั้นตอนการตรวจสอบก่อนว่าการเข้าชื่อ ส.ส. 1 คน สามารถเซ็นชื่อได้ 2 ญัตติหรือไม่ หากพบว่ามีปัญหาจริงก็สามารถส่งให้ทางพรรคเพื่อไทยแก้ไขให้ถูกต้องได้ภายใน 7 วัน เมื่อถามว่าจะมีแนวโน้มเลื่อนวันอภิปรายออกไปจากวันที่ 26-27 มี.ค. ที่รัฐบาลบอกว่าพร้อมชี้แจงหรือไม่ นายสามารถตอบว่า ความพร้อมหรือไม่ต้องอยู่ที่ขั้นตอนการตรวจสอบด้วย เชื่อว่าไม่มีปัญหา เพราะการแก้ไขใช้เวลาไม่นาน
เลขาสภาฯยันญัตติของฝ่ายค้านฉลุย
ทางด้านนายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสำนักงานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า การยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ฝ่ายค้าน เสนอมาคนละฉบับนั้นเป็นการยื่นญัตติคนละมาตรากัน ซึ่งสามารถทำได้ไม่มีอะไรห้ามไว้ว่าคนที่ลงชื่อในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญมาตรา 158 จะมาลงชื่อยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญมาตรา 159 ไม่ได้ เนื่องจากในอดีตก็เคยมีการยื่นญัตติในลักษณะนี้มาแล้ว แต่ถ้าเป็นการแยกยื่นญัตติในมาตราเดียวกันผู้ที่ลงชื่อเสนอญัตติจะมีรายชื่อ ซ้ำกันไม่ได้
“เสรี” ระบุไม่มีปัญหาข้อ ก.ม.
ด้านนายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีตรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 กล่าวถึงกรณีนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯและรัฐมนตรี 5 คน อาจจะมีปัญหาว่า การเสนอ 2 ญัตติของพรรคเพื่อไทยไม่มีปัญหา เพราะเป็นคนละมาตรา คือ นายกฯ มาตรา 158 ซึ่งใช้เสียง ส.ส. 1 ใน 5 ของสภาฯ ขณะที่รัฐมนตรี มาตรา 159 ใช้เสียง ส.ส. 1 ใน 6 ซึ่งนายกฯและรัฐมนตรีเป็นคนละคนด้วย ถือเป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส.ที่สามารถกระทำได้ ที่สำคัญเรื่องนี้ไม่สามารถส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ เพราะไม่ใช่ เรื่องขัดแย้งระหว่างองค์กร ทั้งนี้ หากนายชัยเห็นว่ามีปัญหาก็ต้องบอกว่าความผิดรัฐธรรมนูญมาตราใด เพราะเท่าที่ดูรัฐธรรมนูญ 2550 ไม่ได้ห้ามไว้ ส่วนที่นายชัยออกมาเปิดประเด็นเรื่องนี้ ไม่ทราบว่ามีวัตถุประสงค์อะไร หากเป็นมุมการเมืองก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ให้ฝ่ายค้านอภิปรายซักฟอก 2 วัน
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า จากการประสานระหว่างวิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้านนั้น จะกำหนดเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจเบื้องต้น 2 วัน เรื่องระยะเวลาไม่มีปัญหา จะเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านอภิปรายได้เต็ม ที่ แต่จะให้อภิปราย 7 วัน 7 คืนคงไม่ได้ ได้หารือกับนายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน ซึ่งนายวิทยามั่นใจข้อมูลระดับหนึ่ง แต่ตนได้ตั้งข้อสังเกตไปว่าการอภิปรายจะต้องเป็นไปตามญัตติที่เสนอไป เพราะบางเรื่องก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีต หมายถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนที่รัฐบาลจะมาบริหารราชการแผ่นดิน ถ้าการซักฟอกจบลงเรียบร้อยรัฐบาลก็หวังว่าการเมืองจะนิ่ง เพราะสังคมจะเห็นว่าสภาเป็นเวทีในการปัญหาได้ เมื่อเกิดความเชื่อมั่นมากขึ้นรัฐบาลก็จะขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดิน ให้เดินหน้าเต็มรูปแบบ ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลไม่ให้เครดิตข้อมูลของฝ่ายค้านเลยใช่หรือไม่ นายชินวรณ์ ตอบว่าเราไม่ประมาทฝ่ายค้าน แต่เท่าที่ดูจากญัตติแล้วเชื่อว่ารัฐมนตรีทุกคนชี้แจงได้
พท.งัด รธน.โต้ยันลงชื่อ 2 ญัตติได้
วันเดียวกัน ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎรระบุว่า พรรคเพื่อไทยอาจมีปัญหาข้อกฎหมายหลังจากยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อ ลงมติไม่ไว้วางใจนายกฯ และรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ทั้ง 2 ญัตติว่า รัฐธรรมนูญมิได้บัญญัติห้ามว่า เมื่อได้ลงชื่อยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯแล้ว จะลงชื่อยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลมิได้ อีกทั้งในท้ายญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ได้ระบุไว้ชัดเจนว่า ให้สภาผู้แทนราษฎรบรรจุญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้ง 2 รวมกัน เพื่อพิจารณาในคราวเดียวกัน พรรคประชาธิปัตย์เคยดำเนินการมาแล้วเมื่อครั้งยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้ วางใจนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอื่นๆอีก 7 คน เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2551 ซึ่งมีนายชัย ชิดชอบ เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร
“เฉลิม” นำทีมติวเข้มก่อนขึ้นเวที
ทางด้านนายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯและ 5 รัฐมนตรีไม่หวั่นไหวที่จะถูกยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เท่าที่เห็นภาพรวมข้อมูลทั้งหมดเชื่อมั่นว่าหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะ ต้องมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลแน่นอน เพราะหลักฐานที่นำมาอภิปรายชัดเจนมาก ดังนั้นเชื่อมั่นว่าเมื่อพรรคร่วมรัฐบาลได้ฟังข้อเท็จจริงทั้งหมด จะต้องทบทวนในการร่วมรัฐบาลอย่างแน่นอน ส่วนการเตรียมพร้อมของ ส.ส.ที่จะอภิปรายนั้น ในวันที่ 17 มี.ค.นี้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน ในฐานะประธาน ส.ส.ของพรรค จะเรียกประชุม ส.ส. 20 กว่าคน ที่แสดงความจำนงจะอภิปราย เพื่อแบ่งทีมเป็นเจ้าภาพรับผิดชอบรัฐมนตรีเป็นคนคนไป จากนั้นแต่ละทีมจะต้องมีการติวเข้ม ทดสอบอภิปรายว่าช่วงไหนจะโชว์เอกสารอะไร หรือต้องใช้แผ่นชาร์ตอะไร พร้อมต้องเตรียมทีมที่จะแถลงข้อ เท็จจริงหลังอภิปรายในสภาฯ การอภิปรายจะใช้ ส.ส. 1-2 คนต่อรัฐมนตรี 1 คน ส่วนนายกฯจะใช้ ส.ส. 3 คนร่วมกันอภิปราย ส่วนข้อกังวลที่หวั่นว่าข้อสอบจะรั่วไปถึงรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายนั้น เรื่องนี้ได้กำชับอยู่ตลอดเวลา เมื่อเราแบ่งทีมรับผิดชอบ ทีมมี 5 คน เมื่อข้อมูลรั่วไหลจะรู้ทันที่มารั่วจากใคร
ตั้งวอร์รูมกำหนดขุนพลอภิปราย
ส่วน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย หัวหน้าทีมอภิปรายไม่ไว้วางใจ กล่าว ว่า หลังจากยื่นเรื่องถอดถอนนายกรัฐมนตรีและ 5 รัฐมนตรี ร่วมรัฐบาล และยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีแล้ว จะมีการประชุมหารือ ส.ส.ที่จะเป็นผู้อภิปรายเพื่อมาแบ่งทีมอภิปรายให้เนื้อหาสาระกระชับ ชัดเจน ประเด็นอภิปรายต่อเนื่อง โดยจะใช้ห้องประชุมบนชั้น 10 ที่ทำการพรรคฯ เป็นวอร์รูมเตรียมความพร้อมของทีมอภิปรายครั้งนี้
ด้านนายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย คณะเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในส่วนของผู้อภิปรายครั้งนี้จะต้องพิจารณาให้เหมาะสมกับเวลาในการอภิปราย คาดว่าเวลา 2 วัน น่าจะเพียงพอ โดยเบื้องต้นในส่วนของนายกรัฐมนตรีคาดว่าจะใช้เวลาอภิปราย 1 วันเต็มๆถือว่าเป็นการให้เกียรตินายกรัฐมนตรี เพราะมีหลายประเด็นที่เกี่ยวข้อง จะมี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง หัวหน้าทีมอภิปราย พร้อมคณะ ส.ส.ร่วมอภิปราย ส่วนอีกวันจะเป็นการอภิปรายรัฐมนตรีทั้ง 5 คน ซึ่งพรรคจะจัดทีมอภิปรายให้กระชับ ชัดเจน
วางทีมองครักษ์โต้ ส.ส.รัฐบาล
นายประเกียรติ นาสิมา ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ เชื่อว่าจะมีการลุกขึ้นประท้วงจาก ส.ส.ซีกรัฐบาลอย่างแน่นอน เพื่อทำให้อภิปรายไม่ราบรื่นและไม่มีความต่อเนื่อง แต่ประชาชนจะรู้ว่าประท้วงไม่ตรงกับข้อกฎหมาย ถือว่าเป็นการก่อกวน หรือตีรวน ซึ่งพรรคได้เตรียมผู้ที่จะประท้วง ผู้ลุกประท้วงไว้แล้ว โดยประธานในที่ประชุมสภาจะต้องมีความเข้มแข็งในการควบคุมการประชุมสภา อย่าปล่อยให้มีการประท้วงก่อกวน หากมีการประท้วง ประธานที่ประชุมจะต้องรีบวินิจฉัยทันที ส่วนกรณีที่พรรคตัดสินใจยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ในนาทีสุดท้ายนั้น เป็นเรื่องการโยกย้ายข้าราชการของกระทรวงมหาดไทย เดิมคิดว่ามีการมอบหมายให้ รมช.มหาดไทย แต่เมื่อตรวจสอบแล้ว รมว.มหาดไทย เป็นผู้ที่มีอำนาจโดยตรง ดังนั้น การโยกย้ายดังกล่าวเข้าข่ายขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 266 และมาตรา 268 ในการใช้อำนาจไปแทรกแซงการบริหารราชการแผ่นดิน โดยเฉพาะข้าราชการประจำ เพื่อประโยชน์ของตัวเอง เช่น กรณีการสั่งให้รวบรวมงบประมาณจากอีกส่วนนำเอามารวมกับงบอีกส่วน เมื่อข้าราชการไม่สนองตามนโยบายจึงใช้อำนาจสั่งโยกย้าย
หวังยุบสภาหลังศึกไม่ไว้วางใจ
ด้านนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวเสริมว่า รัฐบาลควรเปิดใจกว้างรับฟังอย่าเขินอาย จะประสานมายังที่ตนก็ได้ เพราะติดต่อกับอดีตนายกฯตลอดเวลา ขณะนี้อดีตนายกฯอยู่ที่ดูไบ รัฐบาลจะขอตัวอดีตนายกฯในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนหรือตามไปจับก็ได้ จะได้รู้ว่าที่นั่นทำนรกให้เป็นสวรรค์ได้อย่างไร ไม่ใช่เอาแต่ทำสวรรค์เป็นนรกอยู่ในตอนนี้ ส่วนการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจฯ และถอดถอนนายกฯ และรัฐมนตรี 5 คน ที่มีเหตุขัดข้องเล็กน้อยนั้น เป็นเพราะพรรคเราไม่ใช่ฝ่ายค้านมืออาชีพ บางคนบอกว่าพรรคเพื่อไทยนำข้อมูลของหนังสือพิมพ์มาอภิปรายนั้น ขอให้รอดูของจริงดีกว่า ตนจะอภิปรายการส่งเอสเอ็มเอสของนายกฯสมัยรับตำแหน่งใหม่ๆจะกระชากหน้ากากออก มา และจะดูจริยธรรมของนายกฯที่โกงบ้านเมืองว่าจะทำอย่างไร หวังว่าหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯคงจะยุบสภา แต่ไม่ต้องลาออก
“สุเทพ” มั่นใจผ่านศึกซักฟอกฉลุย
ทางด้านความเคลื่อนไหวของรัฐบาล วันเดียวกัน เมื่อเวลา 09.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมการรับศึกญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ไม่หนักใจ ตนมั่นใจว่านายกฯและรัฐมนตรีที่อยู่ในบัญชีถูกยื่นอภิปรายฯคราวนี้จะชี้แจง ประเด็นต่างๆได้ชัดเจน และน่าจะเป็นโอกาสดีของรัฐบาลที่จะได้ใช้โอกาสนี้ที่คนสนใจฟังการถ่ายทอดสด อยู่ อธิบายชี้แจงประเด็นต่างๆ ที่เคยถูกฝ่ายค้านกล่าวหาให้ประชาชนเข้าใจ และไม่เป็นปัญหาสำหรับรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย เพราะได้ติดตามดูการทำงานของรัฐมนตรีทุกคนอย่างใกล้ชิด แต่ละคนก็ตั้งใจทำงานดี ไม่มีประเด็นอะไรที่ทำความเสียหายต่อประเทศชาติและประชาชน
โซ้ย “ประดิษฐ์” หวังดิสเครดิต ปชป.
เมื่อถามถึงกรณีที่ฝ่ายค้านจะอภิปรายฯนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง ในประเด็นเงินบริจาค 258 ล้าน ในสมัยที่เป็นเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพตอบว่า ฝ่ายค้านคงพยายามจะเล่นงานพรรคประชาธิปัตย์ โดยเอานายประดิษฐ์มาเป็นตัวล่อ เพราะที่ผ่านมาฝ่ายค้านพยายามยกเรื่องเงิน 258 ล้าน และงบประมาณจาก กกต. 23 ล้านบาท มาเล่นงานพรรคประชาธิปัตย์ แต่เมื่อเห็นว่าถ้าอภิปรายนายกฯ ประเด็นนี้ อาจจะไม่เข้าข่าย เพราะไม่ใช่เรื่องที่นายกฯ จะต้องรับผิดชอบ จึงหันไปอภิปรายนายประดิษฐ์แทนเพราะเคยเป็นเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ในยุค นั้น เป้าหมายก็คงจะทำลายเครดิตความน่าเชื่อถือของพรรคประชาธิปัตย์ มากกว่า เชื่อว่านายประดิษฐ์ชี้แจงได้ เพราะรู้และเข้าใจเรื่องทั้งหมดดี แต่ถ้ามีการอภิปรายเกินนอกกรอบที่นายประดิษฐ์เคยรับผิดชอบในฐานะเลขาธิการ พรรค พวกตนก็จะต้องช่วยชี้แจง ประเด็นนี้ไม่หนักใจเลย เพราะไม่ใช่เรื่องการปฏิบัติหน้าที่ ครม.แล้วทำให้เกิดความเสียหาย ที่สำคัญเรื่องนี้เกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว ตั้งแต่สมัยที่พรรคประชาธิปัตย์ยังเป็นฝ่ายค้าน
โบ้ย “ชัย” คุมเกมถล่ม “กษิต”
ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นห่วงนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศหรือไม่ เพราะถือเป็นรัฐมนตรีสายล่อฟ้าที่ฝ่ายค้านจ้องอยู่ และจะโยงไปถึงพันธมิตรฯที่กำลังมีปัญหากับพรรคประชาธิปัตย์อยู่ในขณะนี้ นายสุเทพตอบว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้มีปัญหากับพันธมิตรฯ ตนให้ ความเคารพในการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองของพันธมิตรฯ คนที่มาเดินขบวนมาชุมนุมเขาไม่ได้ประโยชน์ อะไร เมื่อเหตุการณ์จบ เขาก็กลับบ้านไปทำมาหากินตามปกติ ไม่ได้มายุ่งเกี่ยวอะไรกับการเมือง ส่วนที่เขาจะยกมาเป็นประเด็นอภิปรายนายกษิตเพื่อจะโยงไปถึงพันธมิตรฯนั้น ตนคิดว่าต้องเป็นหน้าที่ของประธานสภาฯที่จะควบคุมให้การอภิปรายอยู่ใน กรอบกติกา รมว.ต่างประเทศ ทำอะไรผิด หรือทำไม่ถูกต้องอย่างไรก็อภิปรายได้ แต่ไม่ควรจะไปพาดพิงคนข้างนอก
“สุเทพ” ไม่หวั่นถูก พธม.ถล่มรายวัน
นายสุเทพกล่าวถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าพันธมิตรฯออกมาโจมตีรัฐบาล บ่อยในขณะนี้ว่า ต้องไป ถามคนที่โจมตี คนที่ถูกโจมตีอธิบายไม่ได้ว่าเขาโจมตีเรื่องอะไร เพราะเหตุอะไร เมื่อถามว่าเป็นเรื่องการโยกย้ายนายตำรวจหรือไม่เพราะพันธมิตรฯเรียกร้องมา นาน นายสุเทพ ตอบว่า ไม่ทราบ เมื่อถามว่า เป็นเพราะพันธมิตรฯขออะไรมาแล้วไม่ได้อีกหรือไม่ นายสุเทพหัวเราะพร้อมกล่าวว่า อย่าไปตั้งข้อสังเกตอะไรมากเลย เมื่อถามอีกว่า ที่ผ่านมาพันธมิตรฯได้ติดต่อมาบ้างหรือไม่ว่าเขาต้องการอะไร อยากให้รัฐบาลช่วยตรงไหน นายสุเทพยิ้มพร้อมกับส่ายหัว เมื่อถามว่า วิเคราะห์ได้หรือไม่ว่าพันธมิตรฯออกมาโจมตีท่านและรัฐบาลด้วยเรื่องอะไร นอกจากเรื่องการโยกย้ายตำรวจที่ดูเหมือนเป็นประเด็นทั่วไป แต่ความจริงลึกๆแล้วมีเรื่องอะไรอีกหรือไม่ นายสุเทพตอบว่า ไม่ทราบจริงๆ และที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีการต่อสายคุยกัน เมื่อถามว่าจะคุยกันหรือไม่เพราะหากปล่อยไปอาจจะมีการเคลื่อนไหว รัฐบาลจะทำงานลำบากมากขึ้น นายสุเทพตอบว่า ประชาชนก็สามารถใช้วิจารณญาณติดตามและเข้าใจสถานการณ์ที่แท้จริงได้
มท.3 ยินดีป้อนข้อมูลรับอภิปราย
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กระทรวงมหาดไทย นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทยว่า ในฐานะที่ดูแลรับผิดชอบกระทรวง มหาดไทยร่วมกัน ตนจะเตรียมข้อมูลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแล รวมถึงข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องกับตน ก็จะช่วยเตรียมด้วย เมื่อถามว่า หลังการอภิปรายครั้งนี้จะทำให้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารงานภายใน กระทรวงหรือไม่ นายถาวรตอบว่า เท่าที่ทำงานร่วมกันมา 2 เดือนกว่าเชื่อมั่นว่านายชวรัตน์จะตอบคำถามได้
คาด “ชวรัตน์-บุญจง” ดอดติวเข้ม
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงมหาดไทยว่า ในวันเดียวกัน นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ไม่ได้เดินทางมาปฏิบัติราชการที่กระทรวงมหาดไทย และไม่มีกำหนดการไปปฏิบัติงานที่อื่น คาดว่าจะมี การติวเข้ม และเตรียมข้อมูลรับศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะเกิดขึ้น ส่วนนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย ได้มีการแจ้งกำหนดการว่าไปราชการต่างจังหวัด
มท.1 เปรียบเป็นนักบวชต้องรับกฐิน
วันเดียวกัน นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ถึงกรณีที่ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ไม่ได้รู้สึกหนักใจ เชื่อว่าฝ่ายค้านคงพยายามหาเรื่องราวต่างๆ แล้วนำมาเชื่อมโยงกัน เป็นเรื่องธรรมดา เพราะนักการเมืองเหมือนกับนักบวชที่ต้องรับกฐิน เป็นนักการเมืองถ้าไม่ถูกอภิปรายเหมือนไม่ได้รับกฐิน และเชื่อว่าจะผ่านการอภิปรายครั้งนี้ไปได้ เพราะไม่ได้ทำอะไรเสียหาย ส่วนเรื่องที่มีการระบุว่า นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ประธานคณะทำงานของตน เข้ามาก้าวก่ายการทำงานนั้น เรื่องนี้ไม่เกี่ยว ฝ่ายค้านพยายามนำเรื่องมาเชื่อมโยง เพราะตนตั้งนายศักดิ์สยาม มาเป็นประธานคณะทำงานก็ต้องทำงาน
ดักคอ “สุกิจ” ไม่ควรให้ข้อมูลฝ่ายค้าน
นายชวรัตน์กล่าวว่า ส่วนเรื่องการโยกย้ายข้าราชการที่ผ่านมาเป็นเรื่องปกติ เพราะถึงฤดูโยกย้าย และการโยกย้ายครั้งนี้ทั้งหมดมี 28 คน จำนวนนี้ 27 คน ไม่มีใครมีปัญหา ทุกคนพอใจ โดยเรื่องนี้ตนมีเหตุผลพร้อมจะชี้แจงต่อสภาฯ ส่วนในสัปดาห์หน้าคาดว่าจะมีการขยับตำแหน่งรองผู้ว่าราชการอีกประมาณ 2-3 ตำแหน่ง เพราะมีตำแหน่งที่ว่างอยู่ เมื่อถามว่า เกรงว่านายสุกิจ เจริญรัตนกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวง มหาดไทย จะนำข้อมูลหลักฐานเกี่ยวกับเรื่องงบประมาณ 1.2 หมื่นล้านไปให้ฝ่ายค้านอภิปรายหรือไม่ นายชวรัตน์ ตอบว่า หากมีการทำเช่นนั้นถือว่าไม่มีมารยาท ไม่ควรทำ เพราะเป็นข้าราชการ ไม่ควรมายุ่งเกี่ยวกับการเมือง และรักษาการปลัดกระทรวงมหาดไทยคงจะต้องตรวจสอบว่ามีการกระทำดังกล่าวจริง หรือไม่ เพราะเรื่องนี้อาจจะเข้าข่ายผิดวินัย แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะมีการเอามูลให้ฝ่ายค้านหรือไม่ ไม่ได้รู้สึกหวั่นเกรง เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด และพร้อมที่จะชี้แจงอยู่แล้ว
“ศักดิ์สยาม” ว้ากกลับผิดตรงไหน
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ประธานคณะทำงาน รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านระบุว่าเป็นผู้อยู่ เบื้องหลังการสั่งการในกระทรวงมหาดไทยว่า นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ตั้งตนมาเป็นประธานคณะทำงาน ดังนั้น รู้สึกงงว่าการที่ตนมาทำงานแล้วมันผิดตรงไหน ได้รับมอบหมายให้มาทำงาน ก็ต้องมาทำงาน แต่ถ้าไม่ทำงานถึงจะสมควรถูกปลดออก และถ้าทำไม่ดี ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนก็ไม่ควรอยู่ และการที่ตนเป็นประธานคณะทำงาน ไปเข้าฟังการประชุมกระทรวงมหาดไทยผิดตรงไหน เพราะจะต้องเอาเรื่องในที่ประชุมมาหารือ และติดตามนโยบาย ถ้าไม่ทำแล้วจะตั้งคณะทำงานมาทำไม และขอยืนยันว่าคณะทำงานไม่เคยอนุมัติหรือเห็นชอบโครงการใดๆทั้งสิ้น คณะทำงานมีหน้าที่กลั่นกรองงานและนำเสนอให้รัฐมนตรีเป็นผู้ตัดสินใจ
เย้ย พท.ระบุประเด็นเบาหวิว
วันเดียวกัน เมื่อเวลา 11.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยได้ยื่นญัตติขอถอดถอนและเปิดการไม่ไว้วางใจนายก รัฐมนตรีและรัฐมนตรี 5 คนว่า พรรคได้นำญัตติของฝ่ายค้านมาดูแล้ว ประเด็นที่ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ข้อมูลไม่ถึงขั้นที่จะเป็นญัตติได้ เปรียบได้แค่กระทู้ถามธรรมดา เป็นเรื่องเก่าแก่ เก่าเก็บ ไม่ถึงขั้นกระทู้ถามสด และการกระทู้ถามธรรมดาก็ไม่จำเป็นต้องตอบในสภา แต่ต้องตอบในราชกิจจานุเบกษาเท่านั้น นอกจากนี้ ฝ่ายค้านก็มีพฤติกรรมลุกลี้ลุกลน ชักเข้าออก แสดงให้เห็นความไม่พร้อมของฝ่ายค้าน ยื่นเพื่อ ขอไปทีหรือแก้บน เห็นได้จากการพิมพ์ญัตติ นามสกุลและตำแหน่งก็พิมพ์ผิด ตกๆหล่นๆ มีการเขียนแทรกด้วยลายมือ
แหยงฤทธิ์ “สุเทพ” ไม่กล้าจองกฐิน
การยื่นอภิปรายนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ เป็นข้อหาเก่าที่นายกฯ ได้ตอบกระทู้ในสภาฯ ไปแล้ว ส่วนกรณีนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย หากไม่มีมติเรื่องการโยกย้ายนายสุกิจ เจริญรัตนกุล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ฝ่ายค้านคงไม่มีประเด็นมาให้อภิปราย ส่วนกรณีนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง ก็เป็นข้อหาสมัยที่ยังเป็นเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เป็นเรื่องผ่านมาหลายปี ซึ่งขณะนั้นนายบัญญัติ บรรทัดฐาน เป็นหัวหน้าพรรค ไฮไลต์คงอยู่ที่เรื่องเงินบริจาค 258 ล้านบาท จึงไม่แน่ใจว่าเป็นการอภิปรายนายกฯหรือนายบัญญัติกันแน่ แต่ที่น่าเสียดายคือ ฝ่ายค้านได้โหมโรงว่าจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ แต่สุดท้ายไม่มีชื่อ เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย หรือเป็นเพราะฝ่ายค้านเกรงกลัวอิทธิฤทธิ์ของนายสุเทพกันแน่ เพราะนายสุเทพเคยตอบกระทู้ถามสด เรื่อง พ.ต.ท.ทักษิณ อยากเป็นประธานาธิบดีมาแล้ว
รมต.ฟุ้งโดนข้อกล่าวหาไม่พอมือ
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคเตรียมรับมือในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้อย่างไร นายเทพไทตอบว่า ในส่วนของนายกรัฐมนตรียังไม่ได้เรียก ส.ส.มาหารือ แต่ในภาพรวมไม่น่าจะหนักใจ เพราะประเด็นทั้งหมดก็เป็นเรื่องเดิมๆ และข้อมูลของพรรคเองก็มีอยู่แล้ว ส่วนตัวดูข้อมูลทั้งหมดและได้สอบถามรัฐมนตรีบางคนที่มีชื่อในคิวจะถูก อภิปรายท่านยังบอกว่ายังไม่พอมือด้วยซ้ำไป เมื่อถามต่อถึงกรณีการบริจาคเงินให้พรรคประชาธิปัตย์จำนวน 258 ล้านบาท ซึ่งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีระบุว่า หากมีการพูดพาดพิงไปถึงบุคคลใดก็ขอให้บุคคลคนนั้นต้องลุกขึ้นชี้แจงด้วย นายเทพไทตอบว่า ข้อมูลเรื่องนี้เป็นข้อมูลธรรมดาที่พรรคได้ยืนยันไปกับคณะกรรมการการเลือก ตั้ง (กกต.) ไปแล้ว เมื่อถามถึงความจำเป็นในการตั้งองครักษ์พิทักษ์นายกฯ หรือรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย นายเทพไทตอบว่า พรรคยืนยันว่าจะไม่ตั้งเด็ดขาด ถ้าหากรัฐมนตรีคนใดไม่มีความสามารถปกป้องตนเองและชี้แจงด้วยตนเองได้ ก็ไม่ควรจะมาเป็นรัฐมนตรี.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น