[14 มี.ค. 52 - 04:19]
นาย พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รมช.คลัง เปิดเผยว่า ในวันนี้ (13 มี.ค.) คณะทำงานชุดปรับโครงสร้างภาษีที่มี น.ส.สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ได้รายงานให้ทราบถึงการพิจารณาแนวทางการจัดเก็บภาษีสถานบันเทิง ชา และกาแฟ รวมทั้งการปรับโครงสร้างภาษีทั้งระบบ คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 2 สัปดาห์ หลังจากนั้นจะเสนอรายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรับทราบต่อไป
สำหรับหลักการการจัดเก็บภาษี จะเน้นการปรับขึ้นภาษีที่มีผลเสียต่อสุขภาพและสินค้าที่ไม่จำเป็นต่อการ บริโภคพื้นฐานของประชาชน ขณะเดียวกันจะต้องสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในระบบการจัดเก็บภาษีด้วย สำหรับการจัดเก็บภาษีเครื่องดื่ม ประเภทชาและกาแฟ ที่มีส่วนผสมคาเฟอีนที่ทำลายสุขภาพนั้นจะพิจารณาจัดเก็บภาษีเฉพาะเครื่อง ดื่มชาและกาแฟสำเร็จรูปเท่านั้นผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันสินค้าเครื่องดื่มชาและกาแฟนั้นจัดอยู่ในหมวด เครื่องดื่มประเภทน้ำผักผลไม้ ปัจจุบันมีเพดานภาษีที่ 20% ตามมูลค่าหรือคิดตามปริมาณ 0.37 บาทต่อ 440 ซีซี แต่ขณะนี้สินค้าดังกล่าวจัดอยู่ใน 109 ประเภทสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษี ดังนั้น หากจะจัดเก็บภาษีก็เพียงออกประกาศอธิบดีกรมสรรพสามิตยกเลิกจากการเป็นสินค้า ที่ได้รับการยกเว้นภาษีเท่านั้น ก็สามารถเก็บภาษีได้ทันทีโดยไม่ต้องนำเรื่องเสนอ ครม.พิจารณา
ทั้งนี้ การจัดเก็บภาษีชาและกาแฟนั้น จะจัดเก็บจากสินค้าสำเร็จรูปที่บรรจุกระป๋องหรือกล่อง ซึ่งหากเก็บภาษีเต็มเพดานอาจทำให้ราคาเครื่องดื่มชาและกาแฟสำเร็จรูปเพิ่ม ขึ้น เฉลี่ยกระป๋องหรือกล่องละ 2-3 บาท ขณะที่รัฐบาลจะมีรายได้ภาษีเพิ่มขึ้นปีละ 1,000-2,000 บาท ส่วนผู้ประกอบการร้านค้าย่อยที่ทำเป็นร้านขายกาแฟสดนั้นจะไม่ได้รับผลกระทบ ใดๆ.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น